2008-May-9 - กิจกรรมจัดสรรเขตที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล
เผยแพร่ครั้งแรก เมื่อ 2005-11-14
.
.
เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งได้เกิดเหตุการณ์หนึ่ง
คือคนอย่างกูอยู่บ้านอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
ตามนโยบายของรัฐที่จะรณรงค์ให้วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว ซึ่งกูก็แถมวันเสาร์ให้ด้วยอีกวันนึง
ซึ่งกูเองก็หวังว่า
การอยู่กับบ้านกับช่องส่องแมวเนี่ยจะเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวได้ดี
แต่ดูท่ากูจะคิดผิด
เพราะคนบ้านกูก็ไม่เห็นมีใครจะสนใจกันเลย
ต่างก็มีกิจกรรมส่วนตัวกันทั้งนั้น
เริ่มจากเตี่ยที่ตีปังย่าอย่างสนุกสนาน และ แม่ผู้ชื่นชอบการเลี้ยงดูsimsเป็นชีวิตจิตใจ
น้องแพลนกับน้องพีชก็ควงแขนกันไปดูหนังนานะที่เข้าใหม่
อีหมวยเล็กก็ง่วนอยู่กับการตามอ่านการ์ตูนที่ยืมมาให้ครบ22เล่ม
บ้านกูนี่มันยังไง???????????
มีอยู่ช่วงอึกใจหนึ่งที่คุณแม่เรียกกูไปคุยด้วย
กูก็ดีใจที่จะได้มีการปฎิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว
แต่ที่เเม่ต้องการจะบอกคือ
"เก็บห้องได้แล้ว ลูก"
.
.
.
.
.
.
.
โดยส่วนตัวแล้วเนี่ย
กูเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าสภาพห้องที่เป็นอยู่มันสกปรกรกเลอเทอะะอะไรเลย
ก็เป็นสถานที่ที่มีข้าวของวางอยู่มากมายตามพื้นบ้านก็เท่านั้นเอง
ซึ่งกูก็รู้สึกว่าสถานที่นี้มันก็เป็นดินแดนอาณานิคมของกูที่พ่อแม่ได้ยกเป็นสิทธิขาดให้กูปกครองแล้วเรียบร้อย
ซึ่งความรกของห้อง ก็ไม่น่ามีผลอะไรต่อความมั่นคงของบ้าน
อันเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของดินแดนนี้ได้
แต่คุณแม่ก็อ้างเหตุผลกลับมาหนึ่งหน่วยว่า...
ที่จริงก็ไม่ได้คิดจะยุ่งเรื่องส่วนตัวอะไร
แต่เมื่อวานมะม๊าเห็นแมลงสาปมันวิ่งเข้าวิ่งออกมาจากห้องของหนูกันได้สักพักแล้ว
ซึ่งมันได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านจิตใจของมะม๊ามากจนไม่สามารถละเลยเรื่องนี้ต่อไปได้
แต่ตัวคุณแม่เองเนี่ยก็ไม่สามารถและมีความกล้าหาญพอที่จะเข้าไปจัดสรรพื้นที่ตรงนั้นได้
จึงต้องเรียนมาให้กูซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่นั้นดำเนินงานต่อไป
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว
กูเองก็คงจะขัดขืนไม่ได้
จึงต้องดำเนินงานต่อไป จัดสรรพื้นที่ให้เป็นเขตGreen Zoneของบ้านซะก่อน
***หมายเหตุ***
บ้านหลังนี้จะมีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบมาก
Green Zone คือพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งสามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่นั้นได้โดยสวัสดิภาพ
และRed Zone คือเขตอันตรายของบ้าน ไม่ควรเหยียบย่ำเยื้องกรายเข้าไปโดยไม่จำเป็นจริงๆ
ซึ่งปัจจุบันคุณแม่ได้จัดห้องนอนกูอยู่ในประเภทหลัง
ต้องขอพูดไว้ ณ ที่นี้เลย
ว่างานจัดห้องเป็นงานที่ลำบากมาก และต้องใช้ความอดทนอย่างสูง
ซึ่งการจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยครั้งนี้ได้กินเวลาถึง2วันเต็มด้วยกัน
แต่การจัดห้องครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เห็นอุปนิสัยบางอย่างที่แฝงไว้ในตัวซึ่งไม่ได้เผยออกมา เช่น
ความเป็นคนเก็บเล็กผสมน้อย
เห็นได้จากจำนวนเศษกระดาษมากมายที่นำมารวมกันแล้วจะเก็บได้ถึง2กล่องใส่รองเท้าด้วยกัน
อาทิเช่น
กระดาษรายชื่อเพื่อนตอนม.1
ที่เอาไว้ตรวจรายชื่อเพื่อนที่จ่ายเงินห้องอาทิตย์ละ5บาทตอนเป็นเหรัญญิกห้องก็ยังอยู่
หรือกระดาษที่เล่นบิงโกกะอีวีตอนเรียนวรรณคดีไทยตอนปีหนึ่ง
แม้แต่กระดาษทดเลขตอนป.5ก็ยังไม่เว้น
***หมายเหตุ***
สิ่งที่ทำให้จำได้ว่าเป็นกระดาษตอนป.5 เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่เรียนเรื่องคูณหารพอดี
ซึ่งกูทำไม่เป็น และเกลียดมาก
วิธีการคูณของกูก็คือการเอาเลขจำนวนนั้นมาบวกๆกันไปเรื่อยๆ
เช่น 27 คูณ 8 ก็จะเอา 27 มาบวกกัน8ครั้ง
นับได้ว่าเป็นเด็กที่โง่เลขโดยสันดานจริงๆ
กูมีเศษกระดาษแห่งความทรงจำมากมายเหลือเกิน
ซึ่งแม่กูก็จะบอกว่า ทิ้งๆไปได้แล้ว
เพราะคุณแม่แปลกใจมากที่กูทะนุทนอมเศษกระดาษเหล่านั้นเป็นอย่างดี
หากล่องให้อยู่ เก็บใส่ตู้อย่างดี ในขณะที่เอาหนังสือเรียนวางไว้กับพื้นข้างๆถังขยะ
คุณแม่ก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าของแบบนี้มันมีจิตวิญญาณนะคะคุณแม่
แม่กูเลยถามกลับมาว่าถ้าบ้านไฟไหม้จะแบกอะไรออกมาก่อนเนี่ย
.
.
.
.
.
.
.
โอย กูจะร้องไห้
P.S.
1) อีวีมันหายไปไหน????
ไหนบอกว่าจะมาหากูตอน9.30ไง
นี่มัน10.45แล้วนะ!!
แล้วจะคิดท่าจินตลีลาบาหลีหนีภูเขาไฟทันม้ายยยยยยยย
มึงอยู่ไหนเนี่ยยยย???????
บ้านมึงอยู่ใกล้ดอนเมืองก็นั่งเครื่องบินมาเซ่!!!!!!!!
รีบมาหากูเร็วอีดอก
2) จริงๆด้วย เรื่องที่ว่ายิ่งงานเยอะ กูยิ่งอัพไดบ่อย
ช่วงว่างๆไม่ค่อยอยากอัพ ไม่รู้เป็นอะไร
3)เรียนเชิญเพื่อนๆพี่ๆน้องๆผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันเย็บกระทงเพื่อเป็นกุศลผลบุญสำหรับชาติหน้าได้
ที่ห้อง103 ตึกอักษรศาสตร์4 ในวันอังคารที่15 พ.ย.2548 หลัง4โมงเป็นต้นไป
.
.
.
|